แจ้งข่าวนักศึกษา012173

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562

พม่า เมืองพระเมืองพุทธ ตอนที่ 2 (กลุ่มชาติพันธุ์พม่า)


1. พระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้าสู่ประเทศพม่า[1]
          1.1 กลุ่มชาติพันธุ์ในดินแดนพม่า
          ประเทศสหภาพพม่า (The Union of Burmar) หรือ เรียกเป็นทางการว่า “สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์(Republic of the Union of Myanmar) ในอดีต ประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลักๆ 4 กลุ่ม คือ มอญ(The Mon),  พยู(The Pyu), พม่า/เมียนม่า(Myanmar) และ ฉาน / ไต หรือ ไท (Shan/ Tai or Thai) โดยชาวมอญ(The Mon) อาศัยอยู่ทางตอนใต้พม่า มีเมือง “สะเทิม” หรือ “สุธรรม”,  “หงสาวดี” หรือ “พะโค(Pegu)”  และบางส่วนติดกับภาคตะวันตกของไทย (เชื้อชาติมอญมีความสัมพันธ์กับเชื้อชาติเขมร : มอญ-เขมร), ชาวพยู(The Pyu), มีเชื้อสาย แบบทิเบต-พม่า คล้ายกับชาวพม่า อาศัยอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำอิราวดี(the Irrawaddy valley) ตอนกลางประเทศ ก่อนที่ชาวพม่าจะอพยพลงมาจากทางเหนือ ตั้งอาณาจักรที่เรียกว่า “ศรีเกษตร”,  ขณะที่ชาวพม่า/เมียนม่า(Myanmar)  อาศัยอยู่ดินแดนทางตอนเหนือ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หรือ อพยพมาจากจากที่ราบเอเชียกลาง เข้ามาประมาณช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 10 ตั้งอาณาจัก “พุกาม” (Pugam or Pegan / Began),  กลุ่มสุดท้าย ชาวฉาน หรือชาวไต อาศัยอยู่บริเวณทางตอนเหนือของพม่าและบางส่วนทางตอนเหนือของประเทศไทย[2]   พม่าปัจจุบัน ประกอบไปด้วยเผ่าพันธุ์หลักๆ  8 กลุ่มชาติพันธุ์ คือ พม่า (Bamar) ฉิ่น (Chin) กะฉิ่น (Kachin) คะยิ่น (Kayin) คะยา (Kayah) มอญ (Mon) ยะไข่ (Rakhine) และ ฉาน (Shan) ยังมีชนกลุ่มน้อยอยู่หลากหลายมากกว่า 135 เผ่า  
          พระพุทธศาสนา กำเนิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย หรือ ชมพูทวีป เมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช ได้เผยแผ่จำกัดวงพื้นที่ เฉพาะในประเทศอินเดีย แดนมาตุภูมิ เป็นเวลาถึง 280 ปี โดยประมาณ(45+235)[3]  ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลของพระโมคคัลลีบุตร ติสสเถระ และพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้อุปถัมภ์การทำตติยสังคีติ(สังคายนาครั้งที่ 3) ในปี พ.ศ. 235 ณ ปาฏลีบุตร ปัจจุบัน เรียกว่า “ปัตนะ(Patna)”  ทั้งสองท่านพิจารณาว่า  “ในอนาคตพระพุทธศาสนาเหมาะที่จะไปเจริญรุ่งเรืองใน ปัจจันตชนบท”[4] (หมายถึง ขยายพื้นที่ออกไปจากศูนย์กลางอินเดียสู่พื้นที่อื่นๆ ) จึงได้ส่งพระสมณะทูตออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดนถึง 9 สาย ดังที่ทราบกัน
แต่พระสมณะทูตที่สัมพันธ์กับประเทศพม่าและประเทศไทย มี 2 สาย คือ สมณะทูตสายที่ 8 นำโดยพระโสณและพระอุตระ ไปสู่สุวรรณภูมิ ในวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12  ปี พ.ศ. 235  และ สมณะทูตสายที่ 9 นำโดย พระมหามหินทเถระ พระราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราช ไปสู่เกาะสีหล หรือ เกาะลังกา ในกลางเดือน 7 ปี พ.ศ. 236 ช้ากว่า พระสมณะทูตสายอื่นๆ ที่ไปสู่ต่างแดนถึง 7 เดือน [5]
          กล่าวได้ว่า ประมาณ พ.ศ. 235 พระพุทธศาสนาจากประเทศอินเดียได้เข้าสู่แดนสุวรรณภูมิ  เรื่อง ดินแดน “สุวรรณภูมิ”นี้ ต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่า “สุวรรณภูมิ” เป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประเทศของตน  เช่น  กลุ่มพม่า (อันที่จริงน่าจะเป็นกลุ่มมอญ) ก็อ้างว่า สุวรรณภูมิ คือ เมืองสะเทิม หรือ สุธรรมวดี ขณะที่ไทยสยาม ก็อ้างว่า สุวรรณภูมิ ก็คือ ทวาราวดี หรือ นครปฐม เพราะมีพระปฐมเจดีย์ตั้งตระหง่านเป็นประจักษ์พยาน ขณะที่ชาวอินโดนีเซีย ก็จะดึงสุวรรณภูมิไปที่เกาะสุมาตรา แถมชาวล้านนาสมัยก่อนบางท่านอ้างว่า สุวรรณภูมิ อาจหมายถึงอาณาจักรหริภุญไชย ของพระนางจามเทวี อย่างไรก็ตาม สุวรรณภูมิ จะเป็นพื้นที่ใด หรือได้แก่เมืองใดแน่ๆ ก็สุดที่จะชี้ชัดลงไปได้
          หลักฐานจากคัมภีร์สมันตปาสาทิกา อรรถกถาพระวินัยปิฎก ภาษาบาลี พระพุทธโฆสาจารย์(ราว พ.ศ. 956) กล่าวว่า เมื่อพระโสณะและพระอุตระ พร้อมด้วยพระสงฆ์ รวม 5 รูป เดินทางมาถึงสุวรรณภูมินั้น ชาวบ้านครั้งเห็นกลุ่มท่านเข้ามา ต่างช่วยกันถืออาวุธมุ่งจะเข้ามาทำร้าย ท่านจึงถามว่า เหตุใจจะเข้ามาทำร้าย ก็ได้รับคำตอบว่า ที่เมืองนี้ มีนางผีเสื้อสมุทรตนหนึ่ง(ผีเสื้อน้ำ) ขึ้นมาจากมหาสมุทร และชอบมาจับทารกที่เกิดในราชตระกูลไปกินเป็นอาหารเสมอ และวันนี้พอดี มีทารกเกิดมาในราชตระกูลด้วย เมื่อเห็นพวกท่านมา ก็เดาเอาว่า ท่านต้องเป็นพวกนางผีเสื้อสมุทรแปลงกายมาจะมาจับทารกกินเป็นแน่ จึงรีบจะมาเพื่อช่วยกันประหารกำจัดภัยเสีย พระเถระก็บอกว่า ท่านเป็นสมณะ เป็นผู้ทรงศีล ประพฤติพรหมจรรย์ ดำรงตนในธรรมที่ดี (จะเป็นพวกนางผีเสื้อสมุทรไปได้อย่างไร)[6]  จากข้อความนี้ จึงชี้ลงไปว่า“สุวรรณภูมิ” จึงเป็นเมืองท่าสำคัญตั้งอยู่ที่ “ริมฝั่งมหาสมุทร” เมืองท่าฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย หรือ เมืองท่าปากอ่าวอันดามัน แต่ตั้งอยู่ ณ ตรงจุดใด ในพื้นชายทะเล ที่เป็นเมืองท่าค้าขาย การสัญจรทางน้ำที่เก่าแก่ของโลกทางตะวันออกแน่ ?
(โปรดอ่านต่อตอนที่ 3)



[1]  ชื่อประเทศพม่า ภาษาบาลีเรียกว่า “มรมฺมปเทส” และ คำว่า “มอญ” ภาษาบาลี เรียกว่า “รามญฺญ”
[2] Roger Bischoff, (1966), Buddhism in Myanmar: A Short History. สืบค้นจาก
https://www.accesstoinsight. org/lib/authors/bischoff/wheel399.html วันที่ 10 เมษายน 2562.
[3] พระปัญญาสามี; ภิกษุชาวพม่า, (2405), สาสนวํส, หน้า 18 ;  แสง มนวิทูร, แปล, (2506), ในชื่อ ศาสนวงศ์ หรือประวัติศาสนา, พิมพ์เพื่อเป็นอนุสรณ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์(โสม ฉนฺโน), หน้า 25.
[4] สมนฺตปาสาทิกา วินยฏฺฐกถา ปฐโม ภาโค, นิพนธ์โดย พระพุทธโฆสาจารย์, (2515) ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (ภาษาบาลี หน้า 63.
[5] เรื่องเดียวกัน หน้า 23-24.
[6]  สมนฺตปาสาทิกา วินยฏฺฐกถา ปฐโม ภาโค,  (2515), ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย, (ภาษาบาลี หน้า 68-69 “โสณกตฺเถโรปิ สทฺธึ อุตฺตรตฺเถเรน สุวณฺณภูมึ อคมาสิ. เตน จ สมเยน ตตฺถ เอกา รกฺขสี สมุทฺทโต นิกฺขมิตฺวา ราชกุเล ชาเต ชาเต ทารเก ขาทติ. ตํทิวสเมว ราชกุเล เอโก ทารโก ชาโต โหติ. มนุสฺสา เถรํ ทิสฺวา รกฺขสานํ สหายโก เอโสติ มญฺญมานา อาวุธานิ คเหตฺวา เถรํ ปหริตุกามา คจฺฉนฺติ . ... เถโร น มยํ รกฺขสสหายกา สมณา นาม มยํ วิรตา ปาณาติปาตา ...สีลวนฺโต พฺรหฺมจาริโน กลฺยาณธมฺมาติ อาห.    

พม่า : เมืองพระเมืองพุทธ ตอนที่ 1 (บุณยยาตรา มัณฑะเลย์ พุกาม)


พม่า : เมืองพระเมืองพุทธ
Myanmar : The Buddhist Country
พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์
ผู้ร่วมแสวงบุญยาตรา พุกาม-มัณฑะเลย์
5-8 เมษายน 2562
มีภาษิตบทหนึ่งกล่าวว่า “เมื่อเป็นชาวพม่าก็เท่ากับการเป็นชาวพุทธ”
There is a proverb that states, “To be Burmese is to be Buddhist.”
ตัวแปรของสมการนี้ คือ อะไร ถ้ากลับข้างสมการแล้ว จะได้ค่าเท่ากันหรือไม่ นั่นคือ
“การเป็นชาวพุทธ ก็เท่ากับ การเป็นชาวพม่า”
อยากรู้คำตอบ ต้องถอดดีเอ็นเอชองพม่า
ความเบื้องต้น
          นโยบายของหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต  สาขาพระพุทธศาสนา ของศูนย์บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่  ที่ทุกปีจะจัดโครงการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ โดยคณาจารย์และนิสิตพากันไปศึกษาดูงานพระพุทธศาสนา ในประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา หรือประเทศที่เคยนับถือพระพุทธศาสนามาก่อน และหรือประเทศที่นับถือประพุทธศาสนาในปัจจุบัน  ตัวอย่างเคยไป ประเทศอินเดีย -เนปาล หลายครั้ง  เคยไปประเทศเวียดนาม และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาแล้ว แต่พวกเราชาวบัณฑิตศึกษา ยังไม่เคยไปประเทศศรีลังกา กัมพูชา และพม่า หรือ “เมียนมาร์” ในปัจจุบัน
ทุกครั้งที่บัณฑิตศึกษาจัดโครงการไปศึกษาดูงานทางพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ด้วยเหตุผลหลายประการ ผู้เขียนไม่มีโอกาสไปร่วมเลยสักครั้ง แต่คราวนี้ คณาจารย์บัณฑิตศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่ ได้ปรึกษากันว่า ประเทศพม่ามีประวัติศาสตร์ทางพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรือง เคียงบ่าเคียงไหล่กับสยามมาตั้งแต่อดีต ย้อนไปไกลถึงราวพุทธต้นศตวรรษที่ 3  เมื่อ “ชาวสุวรรณภูมิ” (พม่าและสยาม) รับเอาพระพุทธศาสนาที่นำมาเผยแผ่ โดยพระสมณทูตสายที่ 8 ซึ่งมีพระโสณเถระกับพระอุตตระเถระเป็นหัวหน้า ที่พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งปาฏลีบุตร ประเทศอินเดีย ส่งมาประกาศถึงดินแดนแถบนี้  เป็นการสมควรที่โครงการศึกษาพระพุทธศาสนาในปีนี้ ต้องไปศึกษาดูงานที่ประเทศพม่า   และช่วยกันเลือกพื้นที่สำคัญหลายแห่งมาชั่งกันดูว่า ในเวลาที่จำกัด ควรไปสถานที่ใดบ้าง ก็เลยมาตกผลึกเลือกสถานศึกษาที่ นครพุกาม(Pegan หรือ Began) ซึ่งเป็นดินแดนแห่งทะเลพระเจดีย์ และ มัณฑะเลย์(Mandalay) เมืองที่พระเจ้ามินดงทรงอุปถัมภ์การจัดทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 และจารึกพระไตรปิฎกลงในแผ่นหินอ่อน มีจำนวนถึง 729 แผ่น ด้านหนึ่งจารึกเป็นภาษาบาลี และอีกด้านหนึ่งจารึกคำแปลเป็นภาษาพม่า และสร้างเจดีย์ขนาดเหมาะสม ครอบศิลาจารึกพระไตรปิฎกแต่ละแผ่นเอาไว้ ที่วัดกุโสดอ(Kuthodaw Temple) นี้คือมรดกของโลก   
ทั้งได้ทราบว่า ที่มัณฑะเลย์แห่งนี้ มีมหาวิทยาลัยสงฆ์ของรัฐ เป็นสถาบันที่จัดการศึกษาถึงระดับปริญญาเอก แห่งที่ 2 ของประเทศ (แห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่ นครย่างกุ้ง) หากคณะศึกษาดูงานได้เข้าไปจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการศึกษาของที่นี่ คงจะเป็นกำไรที่ไม่อาจประมาณค่าได้
           ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา บัณฑิตศึกษา ก็ตัดสินใจไปศึกษาดูงานที่ประเทศพม่า  ครั้งแรกผู้เขียนถอดใจแล้วว่า คงไม่มีโอกาสไปร่วมบุญยาตราด้วย แม้ว่าปรารถนาอยากไปเป็นที่สุด เพราะติดภาระงานสอนนักศึกษาชาว อเมริกา ในโครงการ USAC : Spring Season 2019 (The University Abroad Consortium) ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ด้วยปีนี้ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  ได้เกิดสภาพมลภาวะฝุ่นในบรรยากาศ (PM 2.5) ที่เข้มข้นเกินกว่าระดับมาตรฐานความปลอดภัย ขึ้นถึงขีดอันตราย สูงที่สุดในโลก ทางโครงการ USAC จึงได้งดการเรียนการสอนในชั้นเรียน เป็นเวลา 1 อาทิตย์ และให้คณาจารย์บันทึกเทปวีดิทัศน์การบรรยายและส่งทางออนไลน์ ส่งให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยสื่อการสอนออนไลน์ ด้วยบุญนี้ ทำให้ผู้เขียนได้ไปแสวงบุญยาตรา
จะได้เห็นด้วยตาว่า ชาวพุทธพม่าที่มัณฑะเลย์ ตื่นแต่ตีสี่และตั้งใจเดินทางออกจากบ้านมาวัดมหามัยมุนี เพื่อไปเข้าคิวร่วมพิธีสรงน้ำพระพักตร “พระมหามัยมุนี” ต้องการดูด้วยตาว่า ยังมีชาวพุทธ ทุกเพศ ทุกวัย เข้าไปวัดกราบไหว้พระเจดีย์ เดินเวียนเทียน และนั่งสวดมนต์ภาวนาที่รอบฐานพระเจดีย์ ตลอดวัน จนมืดจนค่ำ แม้จะเป็นเวลา สองทุ่ม-สามทุ่ม(20 -21 นาฬิกา) ก็ยังมีผู้คนหนาตา หลั่งไหลพากันเดินเข้าวัดมามิได้ขาด
ทั้งอยากจะเห็นว่า เมืองพุกาม มีพื้นที่ไม่น้อย เป็นร้อยตารางกิโลเมตร แต่มีพระสถูปเจดีย์ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก ตั้งเรียงราย กระจายเต็มผืนดิน มองไปทิศทางใด ไกลสุดลูกหูลูกตา ก็เห็นแต่ยอดพระเจดีย์
และที่อยากเห็นเป็นบุญตาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ที่ประเทศพม่าปัจจุบัน ยังมีพระภิกษุ ที่สามารถท่องจำเนื้อหาพระไตรปิฎกได้หมดทั้งสามปิฎก และท่านเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ มีจำนวนเป็น 10 รูป หากมีบุญจะได้เห็น
          ที่จาระไนมานี้ เป็นเพียงดอกผลที่ผลิบาน หรือ ปลายน้ำที่ปากอ่าวเมาะตะบันของพระพุทธศาสนาในพม่า เมื่อผู้เขียนได้โอกาสมาเยือนจริงๆ จึงอยากจะย้อนรอยถอยลึกเข้าไปดู กิ่ง ก้าน ลำต้น และราก โดยผ่าน ปลายน้ำกลางน้ำ และ สืบถึงต้นน้ำ อันเป็นกระบวนการที่สร้างความเป็นชาวพุทธแบบพม่าที่ยิ่งใหญ่ นับแต่ พระเจ้าอนุรุทธ[1] หรือ พระเจ้าอโนรธา ที่ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา“เถรวาทแบบพุกาม”ขึ้นมา  พระเจ้ามินดง ผู้สร้างพระไตรปิฎกฉบับหินอ่อน ที่วัดกุโสดอ ถ้าข้อมูลเกี่ยวโยงถึงอดีตอาณาจักรมอญ เช่น ศรีเกษตร หรือ หงสาวดี ก็จะเล่าเท่าที่จำเป็น
มาดูกันว่า ในเวลาเพียง 4 วัน 3 คืน ผู้เขียนจะค้นพบอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่เป็นรากฐานแห่งพระพุทธศาสนาของชาวพม่าในอดีต ที่พอนำมาย่อยเป็นสาระได้บ้าง โปรดติดตาม
(โปรดอ่านต่อ ตอนที่ 2)



[1]  บางทีเรียกว่า “อนิรุทธ์” หรือ “อโนรธามังช่อ” ในเอกสารนี้ จะใช้คำว่า “อนุรุทธ”

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562

Meeting on "The Lanna Manuscripts Conservation Center Establishing Project" CMMCU


The Meeting schedule Preparation for the MOU[1] in a Mutual Cooperation
“The Lanna Manuscripts Conservation and Research Center Establishing Project”
Between the Representatives of  IGNCA[2] and  ICCS[3], Govt. of India and the CMMCU[4] Exclusives
On January Sunday 13 - Monday 14, 2562 B.E.(2019)
At Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Chiang Mai Campus
--------------------
Sunday 13, January 2019 :  Place ; Academic Division Research Branch, 2 nd Floor
            09.00 am.        The arrivals of Prof. Dr. Amarjiva Lochan, Senior Delegate, the Committee
Expert, ICCS New Delhi and Dr. Dillip Kumar Kar, Coordinator (Survey
& MRC) National Mission for Manuscripts, IGNCA under Ministry of  
 Culture, Govt. of India, New Delhi, at CMX International Airport.
                                    The reception welcomes and abides them to Dusit D2 Hotel, Chang Klan Rd.
            12.00 am.        the Representatives of IGNCA and ICCS, Govt. of India come to
the CMMCU meeting room  
            13.00 pm.        All participants are ready at the meeting room
- A Warm Welcome by Assistant to the MCMBU Rector for Academic Affairs
 or the Representative
- the Representatives of IGNCA and ICCS, Govt.of India clarify the mission
  on  pursuit the progressiveness of the Lanna Manuscripts Conservation
  Project.
-  A charring opinions between attendees
- Survey the place where by to locate the Lanna Manuscripts Conservation
   Project at the 3rd Floor 
            14.30 pm.        The sight seeing to the places where Manuscripts reserved for example
- Wat Ban Luke Muang District, Lam Phun Province
- Wat Pak Muaeng Sara Phi District Chiang Mai
- Wat Saluang  Mae Rim District Chiang Mai
- Visit MCU Doi Saket Campus to prepare as the new permanent Center
            18.00 pm.        Back to the Hotel

Monday 14, January  2019 : Place ; Sri Pariyatyanuruk Meeting Room.
            15.30 pm.        the Representatives of IGNCA and ICCS, Govt. of India and the
CMMCU Exclusives get together at the Meeting Room
            16.00 pm.        - The Warm welcome speech by the Deputy Rector of CMMCU   
- the Representatives of IGNCA and ICCS, Govt. of India detail the purpose of
   meeting and seeking for the fore management of MOU in “The LMCC[5]
   Project” and the Academic Cooperation. 
The Meeting Agenda for Consultant in the coming MOU.’s  issues :
    1. Agenda for acknowledgment
 - The background of “The LMCC Project” and the Academic Cooperation.
    2. Agenda for Consideration and Decision
2.1 The University’s Policies in running the LMP Project with the Cooperation supported by Govt. of Indian  according to the University main missions; The Academic Part (Learning and Research),  The Academics Service, and The Arts and Culture Maintenance 
            2.2  The Action Plan for  Aiming the Target and the core mission in running
         the LMC Project.   
2.2 Assign the MCU Representatives accompanied with the Indian Govt. Representatives going to Meet the Ven. Rector of MBU Main Campus in Ayuttaya on January 15, 2019  about 02.00 pm. (the appointment time)
-2.4 Define the Job’s framework and set the main departments and staffs to response the missions  in the next coordination and implementation of the LMC  project in order to achieve its results according to the MOU.
- Conclusion  
            18.00 pm.        The closing of Meeting

Notices :         
            1. The meeting participants on Sunday 13, January 2019 as:
                        1. Assistant to the MBU Rector for Academic Affairs 
                        2. Phra Samu Chitchai Thitapañño,   the Brach Director; Academic Division
                        3. Phra Nakorn Prangrit, the Research Branch & Lanna Local wisdom Conservation,
                            Academic Division
4. Prof. Dr. Amarjiva Lochan, Senior Delegate, the Committee Expert, ICCS.
5. Dr. Dillip Kumar Kar, Coordinator (Survey & MRC) National Mission for
    Manuscripts, IGNCA, Govt f India, New Delhi India.
6. Lect.Dr.Phisit Kotsupho, the acting of Deputive Director of Sanghacollege, the Project Coordinator
7. Dr. Adirek Inchan;  the Bailan Manuscript Conservation Staff of MRCM.
2. The meeting participants on Monday 13, January, 2019 as:
                        1. The Most Ven. Phra Tepsinghavaracaraya, The MCU Dept.Rector. Chair Person
2. Assistant to the MBU Rector for General Affairs
3. Assistant to the MBU Rector for Administration 
4. Assistant to the MBU Rector for Academic Affairs  
5. Acting MCU Director
6. Director of Sanghacollege MCU
7. Prof. Dr. Amarjiva Lochan, Senior Delegate, the Committee Expert, ICCS
8. Dr. Dillip Kumar Kar, Coordinator (Survey & MRC) National Mission for
    Manuscripts, IGNCA, Govt of India, New Delhi India.
9. Lect Dr.Phisit Kotsupho, Acting Dept. of Director of Sanghacollege CMMCU. (the meeting secretary)
10. Phra Samu Chitchai Thitapañño , the Academic Branch Director, Academic Division  (the attendant of meeting secretary)
And the some Concerned Staffs of CMMCU.

The Coordinators since the start forming of the Project 2017-the Present
The MCU, the Academic Division, by the Academic Service and the Arts & Culture Maintenant Braches (Ven.Phrakrusunthornsanghapinit, Saneh Pamuangmun; the Aceademic Division Director,  and  . Lect. Dr.Phisit Kotsupho, Acting Dept. of Director of Sanghacollege CMMCU).
Thereby the prior cooperation, the guidance and suggestion in running the project were dedicatedly performed by the Most.Ven. Phrakru Pipitsutatorn (Boonchuay Sirindharo); the Former CMMCU Deputy Rector.





[1] A memorandum of understanding (MOU)
[2] Indira Gandhi National Centre for the Arts(IGNCA)
[3] International Centre for Cultural Studies(ICCS)
[4] Mahachulalongkornrajavidayalaya University Chiang Mai Campus(CMMCU)
[5] Lanna Manuscripts Consevation Center (LMCC)





กำหนดการประชุม การเตรียมความพร้อมเพื่อการทำบันทึกข้อตกลงให้ความร่วมมือ
โครงการจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์คัมภีร์ใบลานล้านนา
ระหว่าง ผู้แทน IGNCA[1] และ ICCS[2] ประเทศอินเดีย กับ ผู้บริหาร มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่
วันอาทิตย์ที่ 13 -14 มกราคม พุทธศักราช 2562
ณ. มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่
--------------------
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562  สถานที่ สำนักวิชาการ ฝ่ายวิจัย ชั้น 2
          09.00 น.         ผู้แทน IGNCA และ ICCS ประเทศอินเดีย เดินทางถึงสนามบินเชียงใหม่
(Dr. Amarjiva Lochan, Senior Delegate, the Committee Expert, ICCS New Delhi
and Dr. Dillip Kumar Kar, Coordinator (Survey & MRC) National Mission for
Manuscripts, IGNCA under Ministry of Culture, Govt. of India, New Delhi)           ฝ่ายต้อนรับ ไปให้การต้อนรับ นำเข้าสู่โรงแรมที่พัก โรงแรมดุสิต D 2 ถนนช้างคลาน
          12.00 น.         ผู้แทน IGNCA และ ICCS ประเทศอินเดีย มาถึงที่ประชุม
          13.00 น.         ทุกฝ่ายพร้อมกันที่ห้องประชุม
- กล่าวต้อนรับโดย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ หรือ ผู้แทน
- ผู้แทน IGNCA และ ICCS ประเทศอินเดีย กล่าวชี้แจงถึงภารกิจ ในการติดตาม
  ประสานงาน และความคืบหน้าของการให้ความร่วมมือในโครงการอนุรักษ์ฯ
-  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม
- สำรวจพื้นที่ ที่จะจัดตั้งโครงการศูนย์อนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน ล้านนา อาคารชั้น 3
          14.30 น.         ออกเดินทางไปสำรวจแหล่งเก็บเอกสารคัมภีร์ใบลานที่วัดตัวอย่าง เช่น[3]
- วัดบ้านหลุก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
- วัดปากเหมือง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่  และ
- วัดสะลวง ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
- เข้าเยี่ยม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ดอยสะเก็ด เพื่อวางแผนตั้งสำนักงานถาวรศูนย์ฯ
          18.00 น.         กลับสู่ที่พัก

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2562 สถานที่ประชุม ห้องศรีปริยัตานุรักษ์ มจร.
          15.30 น.         ผู้แทน IGNCA และ ICCS ประเทศอินเดีย และ ผู้บริหารระดับสูงของ มจร.วข.ชม.
พร้อมกันที่ห้องประชุมศรีปริยัตยานุรักษ์
          16.00 น.         - รองอธิการบดี วิทยาเขตเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ ผู้แทน IGNCA และ ICCS
- ผู้แทน IGNCA และ ICCS กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์ของการมาเตรียมการ เพื่อทำบันทึก
  ข้อตกลงให้ความร่วมมือจัดตั้งโครงการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานล้านนา และความร่วมมือ
  ทางวิชาการ
- วาระการประชุม เพื่อเตรียมการจัดทำบันทึกข้อตกลงให้ความร่วมมือฯ ดังนี้
          1. วาระแจ้งเพื่อทราบ
          - ความเป็นมาของโครงการความร่วมมือจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์คัมภีร์ใบลานล้านนา และความช่วยเหลือทางวิชาการ
          2. วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบ
          2.1 นโยบายของมหาวิทยาลัยในการดำเนินการของโครงการฯ รวมมือกับรัฐบาลอินเดีย ตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย ด้านวิชาการ (การเรียนการสอน, การวิจัย) ด้านบริการวิชาการ ด้าน การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม) 
2.2 แผนปฏิบัติการ ที่กำหนดเป้าประสงค์และภารกิจหลักของการให้ความร่วมมือผ่านโครงการศูนย์อนุรักษ์คัมภีร์ใบลานล้านนา ฯ
2.3 พิจารณามอบหมายให้ผู้แทนจากวิทยาเขตเชียงใหม่ ร่วมกับผู้แทน IGNCA เดินทางไป ประชุมปรึกษาหารือ อธิการบดี มหาวิทยาลัย มหาจุฬาฯ ส่วนกลาง ที่อยุธยา ในวันที่ 15 มกราคม 2562
2.4 กำหนดกรอบภารงาน และมอบหมายให้มีหน่วยงานและบุคคลากรรับผิดชอบหลักในการประสานงานและดำเนินโครงการศูนย์อนุรักษ์คัมภีร์ใบลานล้านนา ฯ ให้บรรลุผล ตามบันทึกข้อตกลงให้ความร่วมมือฯ ที่จะจัดทำต่อไป
- สรุปการประชุม
          18.00            ปิดประชุม

หมายเหตุ       
          1. ผู้เข้าประชุมปรึกษาหารือในเบื้องต้น  วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562 ประกอบด้วย
                      1. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ
                      2. พระสมุห์ชิตชัย ฐิตปญฺโญ ผอ.ส่วนงาน สำนักวิชาการ
                     3. พระนคร ปรังฤทธิ์ เจ้าหน้าที่ ฝ่ายวิจัยและอนุรักษ์ภูมิปัญญาล้านนา สำนักวิชาการ
                            4. Dr. Amarjiva Lochan, Senior Delegate, the Committee Expert, ICCS New Delhi
5. Dr. Dillip Kumar Kar, Coordinator (Survey & MRC) National Mission for
    Manuscripts, IGNCA under Ministry of Culture, Govt. of India, New Delhi
6. อ.ดร.พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ รก.รอง ผอ.วส. ชม. ผู้ประสานงานโครงการฯ
7. ดร.ดิเรก อินจันทร์ ฝ่ายอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 
2. ผู้เข้าประชุม เพื่อพิจารณาการเตรียมความพร้อมในการทำข้อตกลงให้ความร่วมมือ
โครงการจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์คัมภีร์ใบลานล้านนา วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2562 ประกอบด้วย
                     1. พระเทพสิงหวราจารย์  รองอธิการบดี ประธานที่ประชุม
2. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป
3. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร
4. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
5. รก. ผู้อำนวยการวิทยาเขตเชียงใหม่
6. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เชียงใหม่
7. Dr. Amarjiva Lochan, Senior Delegate, the Committee Expert, ICCS New Delhi
8. Dr. Dillip Kumar Kar, Coordinator (Survey & MRC) National Mission for
    Manuscripts, IGNCA under Ministry of Culture, Govt. of India, New Delhi
9. รก.รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เชียงใหม่ (ทำหน้าที่เลขาฯ บันทึกการประชุม)
10. ผู้อำนวยการส่วนงาน สำนักวิชาการ (ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขาฯ บันทึกการประชุม)
และ บุคลากรอื่น ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภารงานโครงการฯ

ฝ่ายประสานงาน นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ 2560-ปัจจุบัน
สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ฝ่ายบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม รับผิดชอบประสานงานโครงการ (พระครูสุนทรสังฆพินิต : เสน่ห์ ปาเมืองมูล. ผอ.สช. และ อาจารย์ ดร.พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ รอง ผอ.วส.ชม.)
ทั้งนี้ โดยการอุทิศตนอย่างยิ่ง ในการติดต่อประสานงาน ให้คำปรึกษา และแนะนำการทำงาน  แก่ผู้ประสานงาน นับตั้งแต่จุดประกายริเริ่มโครงการสร้างความร่วมมือเป็นต้นมาจนปัจจุบัน ของ พระครูพิพิธสุตาทร(บุญช่วย สิรินฺธโร) อดีตรองอธิการบดีวิทยาเขตเชียงใหม่  




[1] Indira Gandhi National Center for the Arts(IGNCA)
[2] International Center for Cultural Studies(ICCS)
[3] อาจมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ตามความเหมาะสม